ผักช่วยให้อาการมะเร็งดีขึ้น

การสำรวจนี้จัดทำโดยกลุ่มศึกษาการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมในนครเซี่ยงไฮ้ ของจีน โดยสำรวจจากกลุ่มผู้ป่วย 4,886 คน อายุระหว่าง 20 ถึง 75 ปี ที่มีอาการมะเร็งขั้นที่ 1 ไปจนถึงขั้นที่ 4 ในระหว่างปี 2002 ถึง 2006 ซึ่งพบว่าผู้ป่วยที่กินผักใบเขียวเป็นประจำ ในระยะเวลาที่ป่วยมากกว่า 36 เดือน สามารถลดอัตราความเสี่ยงในการเสียชีวิตลงได้ร้อยละ 27 ถึง ร้อยละ 62 เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่กินผักเลย หรือ กินน้อยกว่า

ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยแวนเดอบิลต์ มลรัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ เตรียมนำผลการสำรวจที่เซี่ยงไฮ้ไปศึกษาต่อถึงสารออกฤทธิ์ทางชีวะภาพที่ได้จากผัก และความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคผักใบเขียวและโรคมะเร็ง และในเบื้องต้นได้เปรียบเทียบว่าชาวจีนบริโภคผักใบเขียวมากกว่าชาวอเมริกันและชาวตะวันตกชาติอื่นๆในปริมาณที่แตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งอาจมีผลต่ออัตราความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง จึงกระตุ้นให้ชาวอเมริกันกินผักมากขึ้น โดยอาจจะเริ่มต้นจากผักที่บริโภคได้ง่ายๆเช่น กระหล่ำปลี กระหล่ำดอก และบร็อกโคลี่

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

5 เคล็ดลับเซฟเงิน สำหรับสาวรักสวยรักงาม

ในแต่ละเดือนสาว ๆ คนไหนบ้างที่ต้องยอมเสียเงินให้กับค่าเครื่องสำอาง เครื่องประทินผิวต่าง ๆ นานา รวมทั้งการเข้าร้านพบช่างเพื่อทำผมทำเล็บ เพื่อรักษาความสวยความงามของตนเอง ถึงจะได้ผลออกมาสวยสมใจอย่างที่ต้องการ แต่ก็ทำเอากระเป๋าสตางค์เบาหวิวไปได้ไม่น้อย ถ้าอย่างนั้นลองมาดูเคล็ดลับการดูแลเสริมความงามให้กับตัวเอง โดยที่ช่วยประหยัดเงินไปพร้อม ๆ กันด้วยดีกว่าค่ะ

1. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสานหลายคุณสมบัติในตัว

ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติหลากหลายในตัวเดียว อย่างการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์เจือสี (tinted moisturizer) ซึ่งให้คุณสมบัติทั้ง บำรุงผิว+ปรับสีผิว หรือใช้บีบีครีม (BB Cream) ที่ให้คุณสมบัติครบถ้วนตั้งแต่การบำรุงจนถึงเตรียมผิวเพื่อแต่งหน้า อย่างการเพิ่มความชุ่มชื้น+ลดการเกิดริ้วรอย+กันแดด+รองพื้น ในตัวเดียวกัน นอกจากระเป๋าสำอางจะเล็กลงพกพาสะดวกแล้ว กระเป๋าสตางค์ยังหนักขึ้นด้วยแน่นอน

2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงยี่ห้อธรรมดา ๆ

มีการเปรียบเทียบเครื่องประทินผิวที่เป็นยี่ห้อธรรมดา ๆ ที่มีวางขายทั่วกับแบบเคาน์เตอร์แบรนด์ที่มีราคาค่อนข้างสูง ผลพบว่าหากเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิวทั่ว ๆ ไปอย่างโลชั่น เจลอาบน้ำ ฯลฯ คุณสมบัติของมันแทบไม่มีความแตกต่างกันเลย ฉะนั้นสาว ๆ ที่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยยึดแบรนด์เป็นหลัก ก็ลองเปลี่ยนมาใช้ยี่ห้อธรรมดา ๆ ที่ราคาถูกกว่าดูบ้าง ส่วนครีมบำรุงผิวประเภทที่มีคุณสมบัติเฉพาะ อย่างเพื่อการลดริ้วรอยหรือจุดด่างดำ ให้เลือกจากเคาน์เตอร์แบรนด์ก็จะดีกว่า

3. น้ำยาล้างเมคอัพสำหรับดวงตาสูตรประหยัดและอ่อนโยน

สาว ๆ ที่แต่งหน้าทุกวัน ย่อมพบว่าน้ำยาสำหรับล้างเมคอัพนั้นหมดค่อนข้างไว โดยเฉพาะน้ำยาล้างเมคอัพสำหรับดวงตาที่แพงกว่าน้ำยาล้างเมคอัพธรรมตาอยู่ประมาณหนึ่งก็หมดเร็วไม่แพ้กัน ลองเปลี่ยนมาใช้สำลีแตะครีมบำรุงสูตรที่ไม่ผสมกลิ่นและสี หรือออยล์บำรุงผิวแล้วนำมาเช็ดทำความสะอาดดวงตา ก็สามารถทำความสะอาดได้เกลี้ยงเกลาดีไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นแล้วหยดยาสระผมสำหรับเด็กลงไป จากนั้นจึงลูบไล้ที่ดวงตา ก็จะช่วยเช็ดเครื่องสำอางที่ดวงตาออกได้ด้วยเช่นกัน แถมยาสระผมของเด็กเล็กนั้นล้วนเป็นสูตรที่อ่อนโยนกับดวงตาอยู่แล้วด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่ามันจะอ่อนโยนกับดวงตาของคุณมาก ๆ เช่นกัน

4. ทำสีผมด้วยตัวเอง

หากคุณรักการทำสีผม และหมั่นไปร้านทำผมเป็นประจำเพื่อย้อมรักษาสีผมให้สม่ำเสมอกันทั้งเส้นตั้งแต่โคนจนถึงปลาย คราวหน้าลองเปลี่ยนเป็นการซื้อน้ำยาทำสีผมและลงมือทำด้วยตัวเองที่บ้านก็จะประหยัดเงินไปได้มาก แต่หากคุณรู้สึกรักความสะดวกสบายจากการไปร้านทำผมจริง ๆ แล้วล่ะก็ ยังมีวิธีเซฟเงินส่วนหนึ่งเอาไว้ได้ โดยการใช้มาสคาร่าสำหรับปิดสีโคนผมไปก่อน แทนที่จะเข้าร้านทุกครั้งที่สีโคนผมโผล่ก็ได้ แบบนี้ก็ช่วยประหยัดเงินได้อีกทาง

5. ทำเล็บด้วยตัวเอง

การเข้าร้านทำเล็บเพื่อตัดแต่ง ทำสี ต่อเล็บ หรือเสริมสวยอื่น ๆ ให้กับเล็บบ่อย ๆ นั้น ก็นับว่ารบกวนเงินในกระเป๋าไม่เบา ความจริงเรื่องพวกนี้คุณก็สามารถทำด้วยตัวเองได้ ครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่ายาก แต่หากทำบ่อย ๆ เข้าก็จะเกิดความชำนาญขึ้นเอง (จดจำเทคนิคจากช่างที่ร้านทำเล็บมาด้วยก็จะช่วยได้มากทีเดียว) และเมื่อคุณทำมันได้เองแล้ว คราวนี้อาจต้องกลับมานั่งนึกสงสัยว่า ที่ผ่าน ๆ มาเหตุใดคุณถึงต้องเสียเงินเข้าร้านทำเล็บก็ได้นะคะ

คราวนี้สาว ๆ ก็สวยด้วย แถมเงินก็เหลือมากขึ้น มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้นเลย จริงไหมคะ ^^

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

กรีดอายไลเนอร์บ่อย ๆ แล้วมีเม็ดตุ่มใสขึ้นที่ใต้ตา ?

Q: กรีดอายไลเนอร์บ่อย ๆ ทีไรชอบมีเม็ดตุ่มใสขึ้นที่ใต้ตา เป็นเพราะว่าเราแพ้สารเคมีในเครื่องสำอางค์ หรือมาจากสาเหตุอะไรได้บ้างคะ?

A: เยื่อบุตาบริเวณนี้สามารถเกิดตุ่มน้ำใสได้บ่อย ๆ อยู่แล้วครับ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่แพ้ ระคายเคือง และไม่ทราบสาเหตุครับ

แต่อาการตามที่ถาม มักเกิดจากการระคายเคืองจากสารเคมีและวัสดุที่สัมผัสครับ ซึ่งไม่มีอันตรายใด ๆ แต่อาจจะทำให้เคืองตาและรำคาญเวลามีตุ่มใสชนิดนี้เกิดขึ้นครับ อาจจะลองเปลี่ยนยี่ห้อที่ใช้ ไปจนถึงใช้เท่าที่จำเป็น หรือใช้ให้น้อยลงก็ได้ครับ และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่ไปแกะมันนะครับ สามารถหายไปเองได้อยู่แล้ว
ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

Mobile Suit Gundam: Gihren Greed

ช่วงนี้นับว่ากระแสความนิยมของการ์ตูน Gundam 00 กำลังมาแรงมีแฟนๆกันดั้มติดตามชมกันเป็นจำนวนมาก แต่ว่าสำหรับคนญี่ปุ่นที่เป้นแฟนๆกันดั้มตัวยงแล้ว ถ้าถามว่าภาคไหนที่เขาคิดว่าสนุกที่สุดก็ต้องเป็นภาคแรกๆในยุคคลาสสิคนั่น เอง ที่แม้ว่ากราฟิกของอนิเมชั่นจะห่วยแต่ยังคงได้รับความนิยมไม่จางหาย และทาง Bandai ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็นำเอามาทำเป็นเกมบ่อยครั้ง แถมล่าสุด Mobile Suit Gundam: Gihren Greed The Axis Menace V ยังเป็นเกมส์สงครามวางแผนรบที่รวมเอากันดั้มจากทุกๆภาคในยุคศักราชอวกาศ UC. ไว้ด้วยกันเลย

วิธีการเล่นของ

Mobile Suit Gundam: Gihren Greed The Axis Menace V

ก็จะเป็นการวางแผน ซึ่งเราต้องวางแผนทุกๆอย่างเกี่ยวกับสงครามกันดั้ม ตั้งแต่การดูแลปกครองดินแดนทั้งดินแดนอวกาศและบนโลก การสร้างกองทัพ ทั้งยานแม่ทั้งหุ่นโมบิลซุต รวมถึงการพัฒนาวิจัยและการจับมือเป็นพันธมิตรกับคู่ต่อสู้ต่างๆ เพื่อเอาชนะในสงคราม โดยการดูแลจะให้เลือกคำสั่งต่างๆเป็น Turn สลับตากับฝ่ายข้าศึก เราต้องเตรียมกองทัพคุ้มกันดินแดนแต่ละส่วนไว้ ไม่ให้ข้าศึกมายึดไปได้ และกลับกันเราก็ต้องบุกยึดดินแดนข้าศึกให้หมดจึงจะชนะ

ใน ส่วนของฉากต่อสู้นั้น กรณีที่เราบุกเข้าโจมตีหรือมีศัตรูบุกมาโจมตีเรา ฉากจะตัดเข้าโหมดวางแผนต่อสู้ ซึ่งเราจะต้องบังคับหุ่นยนต์หรือยูนิตเดินไปตามช่องเหมือนเดินหมากรุก และโจมตีเมื่ออยู่ในระยะที่โจมตีได้ แต่ว่าการโจมตีนั้นมีหลายปัจจัย ซึ่งขึ้นกับชนิดของยูนิต ว่าจะโจมตีกันได้หรือไม่ เพราะบางยูนิตเป้นยูนิตที่ใช้เฉพาะในน้ำ ในอวกาศ ดังนั้นต้องเลือกใช้ยูนิตให้เหมาะสม

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

Harvest Moon: Sugar Village

Harvest Moon: Sugar Village and Everyone’s Wish
เกมส์ปลูกผักภาคใหม่ สำหรับชาว PSP เท่านั้น

เชื่อหรือไม่ว่าเกมส์ปลูกผักที่คนไทยชอบเล่นกันนี้อยู่มายาวนานถึงกว่า 25 ภาคกันแล้ว หลายคนที่เล่นเกมส์ปลูกผัก Harvest Moon นี้น่าจะรู้จักมาจากเวอร์ชั่นเครื่อง PS1 เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าจริงๆแล้วเกมส์นี้อยู่มาตั้งแต่สมัยเครื่อง Game Boy ยุคแรกๆเลยก็ว่าได้ และล่าสุดได้มีการประกาศภาคใหม่ลงเครื่อง PSP นับเป็นภาคที่ 25 นั่นเอง ในชื่อว่า Harvest Moon: Sugar Village and Everyone’s Wish

สำหรับ

Harvest Moon: Sugar Village and Everyone’s Wish

นั้นมีแนวทางเนื้อเรื่องและหลายๆแบบที่คล้ายคลึงกับ

Harvest Moon: Save The Homeland

อย่างมาก โดยเฉพาะหน้าตาของตัวละครเอกแค่ดูก็รู้ว่าเหมือนกันยังกับแกะ และเนื้อเรื่องก็คือเด็กหนุ่มพระเอกของเรื่องได้เดินทางมาสืบทอดฟาร์มที่ หมู่บ้านชื่อว่า Sugar Village ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศแบบธรรมชาติยอดนิยม แต่ว่าเรื่องเศร้าก็ได้เกิดขึ้น เมื่อมีกลุ่มนายทุนหวังจะเปลี่ยนหมู่บ้านนี้จากแบบธรรมชาติ ให้กลายเป็นรีสอร์ทอันสะดวกสบาย พระเอกที่มีจิตใจดีงายจึงได้รับการขอร้องจากเทพธิดาของหมู่บ้าน ให้หาหนทางปกป้องหมู่บ้านและธรรมชาติบริเวณรอบๆด้วย ซึ่งพระเอกจะต้องพัฒนาฟาร์ม เพิ่มความไว้ใจให้คนในหมู่บ้าน และดำเนินเรื่องราวค้นหาวิถีทางปกป้องหมู่บ้านเอาไว้ ให้ทันในเวลา 2 ปี โดยเนื้อเรื่องที่จะช่วยปกป้องหมู่บ้านเอาไว้นั้น มีทั้งหมด 16 หนทางด้วยกัน แล้วแต่ว่าจะเลือกไปเนื้อเรื่องไหน ถ้าใครเคยเล่นภาค

Harvest Moon: Save The Homeland

มาแล้วล่ะก็ภาคนี้น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากเลย

นอก จากเนื้อเรื่องที่ต้องทำแล้ว ในภาคนี้ยังมีระบบการเล่นใหม่ๆเพิ่มเข้ามามากมายให้เลือกทำ เริ่มจากระบบเดิมๆอย่างการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ขายของ จากนั้นก็มีการขุดเหมืองแร่แบบใหม่ ซึ่งมีแร่เพชรพลอยหลากชนิด ตามด้วยการตัดไม้ไปขายที่เพิ่งมีเข้ามาในภาคนี้ และสุดท้ายคือระบบตกปลาแบบใหม่ที่ให้ความรู้สึกแบบตกปลามากขึ้น

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

Persona 3 Portable เดชพระจันทร์วันเพ็ญ

สำหรับอีกหนึ่งซีรีย์ดังในตระกูล Megaten (Megamitensei)

หลังจาก Persona 2: Eternal Punishment ออกมาเมื่อปี 2000
ห่างหายไป 6 ปีกับอีกหนึ่งเดือน กว่าภาคที่ 3 จะออกเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ปี 2006
ต่อจากนั้นก็มีภาค 3FES และก็ต่อยอดความสำเร็วด้วยภาค 4 แทบจะในทันที

ยังไม่นับรวมภาคภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ FES และภาค 4 ภาษาอังกฤษ

เท่านั้นยังไม่พอยังขุด Persona ภาคแรกมารีเมคลง Play Station Portable(PSP) ทั้งภาคภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ

…เหมือนจะเบื่อหน่าย…
…หารู้ไม่…

PORTABLE

ที่เห็นได้ชัดที่สุด ณ วันเปิดเผยคือเพิ่มตัวละครเอกผู้หญิง
เกมที่ต้องลดระดับคุณภาพลงมาเป็น Visual Novel(นิยายประกอบภาพและเสียง)
ตัวละครใหม่ เพลงใหม่ สิ่งละอันพันละน้อย
ที่อาจจะไม่ชวนให้เล่นซ้ำอีกครั้งสำหรับแฟนๆเท่าใดนัก
ยกเว้นตัวละครเอกสุภาพสตรีที่ผู้รีวิวให้ความสนใจเป็นพิเศษ

เพราะฉะนั้น รีวิวนี้จะพูดถึงฝั่งน้องผู้หญิง ข้ามเด็กอีโมไปได้เลย เพราะเหมือนภาค FES ทุกอย่าง สำหรับเนื้อเรื่อง

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

รีวิวเกมส์ Rafa Nadal Tennis

หนทางสู่สุดยอดแชมป์ใน Rafa Nadal Tennis 

ถ้า ใครเป็นแฟนๆเทนนิสอยู่ละก็จะต้องรู้จัก “ราฟาเอล นาดาล” นักเทนนิสชื่อดังชาวสเปน มือวางอันดับ 2 ของโลกในปัจจุบันกันอย่างแน่นอน เพราะในตอนนี้สําหรับเขาเรียกได้ว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอีกดวงของวงการเทนนิส เลยก็ว่าได้ หลังจากที่นาดาลได้คว้าแชมป์เทนนิสมาหลายรายการด้วยกันบวกกับดีกรีที่เคย ขึ้นสู่มือวางอันดับหนึ่งของโลกมาแล้ว ก็เลยมีชื่อเสียงโดงดังจนทําให้บริษัทผู้ผลิตเกมต่างๆหันมาจีบกันเป็นแถว (เทียบชั้นกับนักกีฬาชั้นนําอย่าง Tiger Wood ได้เลยทีเดียว) รวมไปถึงบริษัทผู้ผลิตเกมบนโทรศัพท์มือถือที่หลายๆคนรู้จักกันดีอย่าง THQ Wireless ก็ได้ไปคว้านาดาลมาเป็นพรีเซ็นต์เตอร์กับเค้าด้วย ก็เลยกลายมาเป็นเกมเทนนิสสุดมันส์ “Rafa Nadal Tennis” บนมือถือในตอนนี้ไงละครับ ตัวเกมดูผ่านๆอาจจะคล้ายกับเกม Virtua Tennis ของทาง Sega แต่ผมว่าเกมนี้เก็บภาพบรรยากาศของผู้ชมได้มากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

ใน เกมนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น “ราฟาเอล นาดาล” ที่พึ่งเริ่มเข้าสู่วงการเทนนิสได้ไม่นาน ฝีไม้ลายมือก็ยังไม่เป็นที่รู้จักจึงต้องเข้าร่วมแข่งขันในรายการต่างๆเพื่อ ไต่อันดับขึ้นไปสู่การเป็นนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลกให้ได้ แต่เส้นทางการขึ้นสู่จุดสูงสุดนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะมียอดฝีมือหลายคน รอคอยอยู่ ฟิตร่างกายกันให้ดี จับไม้กันให้มั่น แล้วมาหวดลูกสักหลาดกันให้มันส์ไปเลย
ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

9 วิธีเรียนให้เก่ง

วิธีเรียนให้ได้ 4.00 แม้หัวจะงี่เง่าปานใด ..

1.เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ
สำคัญโคตรจะที่สุดเลยข้อนี้
คุณชอบอะไร คุณเรียนไปเลย พอคุณมีความสุขกับสิ่งที่เรียน คุณจะทำมันได้ดีเอง เชื่อสิ
อย่า ให้ค่านิยมมาบอกคุณว่าคุณต้องเรียนสายวิทย์ คุณต้องเลือกคณะแพทย์ ชีวิตเป็นของคุณนะ คุณเป็นคนเรียน ไม่ใช่ใครคนอื่น

2.เลือกวิชาผ่อนคลายบ้างก็ดี
เลือกวิชาอะไรที่มันไม่ใช่วิชาการบ้างเหอะคุณ อย่าระห่ำตักตวงความรู้นักเลย ชีวิตไม่ได้มีแค่ตำรานะ

3.พักผ่อนมากๆ
การพักผ่อนแบ่งออกได้เป็นสามอย่างหลักที่คุณควรจะทำในวัยเรียน
1.ทำกิจกรรมโรงเรียน – ทำมากๆ สนับสนุน คุณจะได้ประสบการณ์โคตรๆแบบที่หาไม่ได้ในตำราเลยแต่ต้องระวังแบ่งเวลาให้เป็นด้วยนะ
2.ออกกำลังกาย – สัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาทีนี่กำลังดีเลย ถ้าจะให้ดีคุณควรเล่นกีฬาทีม เพราะจะได้มนุษยสัมพันธ์ด้วย
3.นอนหลับ – สำคัญที่สุด อย่าให้น้อยกว่า 2 ชม อย่าให้มากกว่า 6 ชมนะ ถ้ามากกว่าหรือน้อยกว่า มันจะส่งผลให้ทั้งวันคุณง่วง อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง
4.ทำอะไรตามใจตัวเอง เช่น เล่นเน็ท ดูทีวี อ่านนิยาย — ทำอะไรเหมือนที่มนุษย์เค้าทำเหอะนะ อย่าไปทรมานตัวเองเลยว่าฉันจะต้องฟิต ไม่เล่นเน็ท ไม่ดีหรอกคุณ ทรมานตัวเองเปล่าๆ ขอบอก เล่นได้ทุกวัน แต่ทุกวันของคุณควรมีลิมิตว่าวันละเท่าไหร่ กี่นาที แล้วควบคุมตัวเองให้ได้
สิ่งสำคัญคือการควบคุมตัวเองได้นะ จำไว้

4.อย่ามีงานค้าง ตามงานให้ทัน
สำหรับ ผมแล้ว “งาน” สำคัญกว่าสอบ สมัยนี้เนี่ย คะแนนเก็บเยอะกว่าคะแนนสอบทั้งนั้นแหละ ขอให้คุณทำคะแนนเก็บให้ดีๆ บางครั้ง คะแนนสอบ คุณก็จะแทบไม่ต้องอ่านเลย

5.ไม่ต้องท็อป แต่ต้องเกาะกลุ่มคะแนนดีกับทุกวิชา
อย่าไปให้ความสำคัญกับการท้งการท็อป ไม่ใช่ว่าท็อปแล้วจะเป็นคนเก่ง แต่คนเอาตัวรอดได้ตะหากเก่งหลายคนที่ท็อปเลข แต่ดันไปเกรด 1 วิชาศิลปะ อันนี้ก็ไม่เข้าท่านะ .. ถ้าคุณต้องการ 4.00สิ่งที่คุณควรจะทำคือ ทำเลข กับทำศิลปะให้ได้เกรดพอจะ 4.00 ทั้งคู่ แต่ไม่ควรจะทุ่มกับอะไรเว่อร์เกินไป

6.เผื่อแผ่ความรู้ให้คนอื่น
การเผื่อแผ่ความรู้ให้คนอื่น จะเป็นประโยชน์แก่ทั้งตัวคุณเอง และคนรอบข้างกับตัวคุณเอง คือคุณจะได้เช็คตัวเองว่ารู้จริงหรือไม่ และคุณจะได้บุญ เพื่อนๆจะรักคุณ ไม่เห็นว่าคุณเป็นคนเก่งที่เห็นแก่ตัวกับคนรอบข้าง แน่ล่ะ เค้าจะได้ความรู้
จำไว้ว่าอย่าเป็นคนเก่งที่เห็นแก่ตัว พวกนี้ไม่น่าเกิดมาบนโลกยิ่งกว่าคนโง่ๆอีก

7.อย่าหักโหม
ไม่ใช่ว่าการอ่านยัด จะประสบความสำเร็จทุกครั้งไปการอ่านยัด มักประสบความสำเร็จกับวิชาสั้นๆที่จำแป๊บเดียวก็ลืมได้
เช่น วิชาสังคมศึกษา และภาษาไทย จะเป็นอะไรที่ยาวมากๆๆๆ อย่าหวังเลยว่าจะอ่านยัดแล้วจำได้ในคืนเดียว สองวิชานี้คุณต้องอาศัยการจำให้ได้”คร่าวๆ” ในห้องเรียน (คือไม่ต้องไปจำแม่น บ้าเรียนขนาดนั้น) พอใกล้สอบจริงๆ เอาไอ้คร่าวๆของคุณนี่แหละ มานั่งอ่านแต่เนิ่นๆ ค่อยๆอ่านนะ อย่าหักโหม

8.รู้ตัวอยู่เสมอว่าเรียนเรื่องอะไรอยู่
ไม่ ใช่ว่าจะอยากให้กระตือรือล้นจนเว่อ เรื่องเล่นไปเรียนไปเป็นเรื่องธรรมดามากๆ แต่ขอให้คุณรู้เถอะ ว่าคุณกำลังเรียนเรื่องอะไร หัวข้ออะไรอยู่ อย่างเรียนเรื่องประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ คุณไม่ต้องจำได้เดี๋ยวนั้นว่า รัชกาลไหนสร้างอะไร แต่จำไว้ก็พอว่า คุณกำลังเรียนหัวข้ออะไร การปกครอง วัฒนธรรม หรือ สังคม

9.มีเป้าหมาย
คุณไม่มีความสุข และจะไม่กระตือรือล้นเลย ถ้าคุณไม่มีเป้าหมาย เป้าหมายของเด็กมัธยมทั่วไป แน่นอน คือเอนท์ติด พอมามหาวิทยาลัย เป้าหมายก็คือ เรียนให้ได้เกรดดีๆ จบออกไปหางานทำได้ อย่าลืมตั้งเป้าหมายของคุณนะ เพราะมันจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณได้

แล้วตอนนี้คุณมีเป้าหมายแล้วรึยัง ( หาเจอช่วยมาบอกวิธีหาที )

วิธีเก่งภาษาอังกฤษ

ก่อนเราจะมาเรียน Reported-speechมาดูวิธีการเรียนภาษาอังกฤษกันก่อนดีกว่า

วิธีภาษาอังกฤษเป็นวิชาทักษะที่ต้องใช้การฝึกฝน ดังนั้นจึงขอแนะนำวิธีฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ 10 วิธีดังนี้


1. Get a penpal Now!
หาเพื่อนทางe-mail เดี่ยวนี้ซิ!

 
2. Listen to Internet Radio.
ฟังเพลงจาก Internet Radio.
 
3. Read the news every day.
อ่านข่าวทุกๆวัน
 
4. Keep a vocabulary book and write every new word you come across in it.
เขียนคำศัพท์ใหม่ที่คุณพบลงในสมุดบันทึกคำศัพท์
 
5. Have a friend quiz you on the new words in your vocabulary book.
ให้เพื่อนช่วยทดสอบคำศัพท์ใหม่ที่อยู่ ในสมุดบันทึกคำศัพท์ว่าคุณทำได้ไหม
 
6. Buy an English cook book and try to cook an interesting dish. Hint: don’t burn your house down!
ซื้อหนังสือทำอาหารภาษาอังกฤษและฝึกทำอาหารที่น่าสนใจ
 
7. Watch an English TV show or movie with the remote in your hand. When two people are talking together, mute the volume when one person talks and try to say what you think the person would say.
ดูทีวีโชว์หรือ ภาพยนตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษมือถือรีโมทไว้ เมื่อคนสองคนในทีวีสนทนากันให้หยุดเสียงคนหนึ่งไว้แล้วพยายามนึกว่าอีกคนจะ พูดว่าอย่างไรแล้วพูดออกมา
 
8. Memorize an English song and sing it to your friend (or dog!).
จำเพลงภาษาอังกฤษแล้วร้องให้เพื่อนฟัง (หรือร้องให้เจ้าตูบฟังก็ได้ )
 
9. Don’t be shy to speak English. If you make a mistake, don’t worry about it.
ไม่ต้องอายที่จะพูดภาษาอังกฤษถ้าพูดผิดก็ไม่เป็นไร

10. Visit English website every day!
แวะดู websit e ภาษาอังกฤษทุกวัน !!!

ขอบคุณที่มา http://blog.eduzones.com/noknik15clab/33089

หลักในการเลือกมหาวิทยาลัย

การเลือกมหาวิทยาลัยที่จะไปศึกษาต่อนั้นเป็นช่วงที่สำคัญมาก  ช่วงหนึ่งในการกำหนดอนาคตทางการศึกษาของน้อง  จะเห็นได้ว่า  มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดที่น้องๆได้เลือกนั้นอาจไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ  แต่เป็นมหาวิทยาลัยที่มีแขนงวิชาที่น่าสนใจและเกี่ยงข้องกับปัจจัยอื่นๆที่สัมพันธ์กัน  โดยน้องๆสามารถประเมินได้จากขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญในการเลือกมหาวิทยาลัยตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่  1  Self  Evaluation (การประเมินด้วยตนเอง)    มีหลักการประเมินดังนี้

 

A :  หาเหตุผลและคำตอบที่ชัดเจนในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ

         * แรงจูงใจที่เกิดจากเป้าหมายในอาชีพ  หรือลักษณะงาน  ความน่าสนใจในเนื้อหาวิชาที่จะเรียน

* อะไรที่น้องๆสนใจเป็นพิเศษ

      *  ความต้องการบุคลากรในตลาดแรงงาน

คำตอบที่ได้จะทำให้น้องๆสามารถนำไปพิจารณาร่วมกับ  Course   ที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดรับ  ถ้าน้องต้องการค้นคว้าในเรื่องเจาะจงเฉพาะทาง  น้องก็ควรสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีคณะหรือภาควิชาที่เปิดสอนในวิชาที่น้องสนใจ  หรือหากน้องสนใจที่จะหาประสบการณ์จริงในวงการธุรกิจ  น้องก็ควรเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านธุรกิจหรือในตัวเมืองสำคัญทางการค้าใหญ่ๆ     

 

B :  การประเมินตนตามความเป็นจริงในเรื่องของความสามารถทางการศึกษา

         *  น้องเรียนเก่งหรือไม่?  น้องเป็นคนขยันหรือขวนขวายหรือไม่?

         *  เกรดเฉลี่ยที่ผ่านเป็นอย่างไรบ้าง?

         * น้องมีประสบการณ์การทำงาน  หรืองานค้นคว้าวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่น้องต้องการเรียน

หรือไม่?

         *  น้องเคยมีประสบการณ์ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่อยากเรียนต่อหรือไม่?

สำหรับน้องๆที่ได้เกรดเฉลี่ยสูงจะมีโอกาสในการเลือกสมุครเข้ามหาวิทยาลัยได้มากกว่าน้องที่ได้เกรดเฉลี่ยระดับกลางๆ  ซึ่งอาจจะสามารถสมัครในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในอันดับต้นๆได้   โดยไม่ติดขั้นในเรื่องของเกรดเฉลี่ย  แต่สำหรับน้องๆที่มีเกรดเฉลี่ยระดับกลางก็ควรเลือกสมัครมหาวิทยาลัยที่อยู่ในระดับกลางๆ  เพราะจะมีโอกาสมากกว่า  ถ้าน้องเลือกสมัครในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมาก  เรามีโอกาสถูกปฏิเสธได้ค่ะ

 

C :  การค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมในสาขาที่ต้องการจะเรียน

         *  น้องเคยได้คุยกับอาจารย์  หรือได้อ่านบทความในหนังสือพิมพ์ในสาขาที่น้องจะเรียนหรือ

สาขาอื่นๆหรือไม่

การศึกษาต่อในต่างประเทศนั้นแตกต่างจากการเรียนต่อในบ้านเรา  ในเรื่องของระบบที่ค่อนข้างยืดหยุ่น  นักศึกษาสามารถเลือกหลักสูตรที่มุ่งเน้นโดยตรงและเจาะจงไปในตัววิชาที่น้องสนใจ

 

D :  การพิจารณาด้านการเงิน

         *  น้องได้รับทุนจากทางมหาวิทยาลัยหรือไม่?

         *  ครอบครัวของนักศึกษาสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเรียน  และค่าใช้จ่ายอื่นๆได้

หรือไม่?

         *  นักศึกษาได้รับทุนจากสถาบันในต่างประเทศหรือไม่?

         *  นักศึกษาได้รับสิทธิ์ในการขอกู้ยืมเงินในการศึกษาต่อหรือไม่?

การคำนวณค่าใช้จ่ายในกระบวนการสมัครเรียน  การสอบ  จะอยู่ที่ประมาณ  5,000 – 20,000  บาท  ส่วนเรื่องค่าเรียน  ค่าครองชีพและค่าที่อยู่พักอาศัยขึ้นอยู่กับค่าเงินของแต่ละประเทศ  ใน การขอวีซ่านักศึกษาต้องเตรียมหลักฐานทางการเงินให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่ จะเกิดขึ้นทั้งหมดตลอดช่วงระยะเวลาที่เรียนอยู่ในประเทศนั้นๆ

 

ขั้นตอนที่  2

ขั้นตอนนี้จะช่วยให้น้องๆสามารถหาข้อสรุปในการเลือกมหาวิทยาลัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  น้องๆลองดูตามหัวข้อในการพิจารณาและหาคำตอบของตัวเองได้เลยนะคะ

         *  หาหลักสูตรที่เปิดสอน   เช่น  BA , BS , MS , MBA , MA , Ph.D ., etc  ยิ่งหลากหลายก็ยิ่ง

แสดงว่ามหาวิทยาลัยนั้นมุ่งเน้นทางด้านสายวิชานั้นๆ

         *  หาจุดเด่นของตัว  Program  ที่เป็นสายเฉพาะทางที่น้องสนใจ

         *  ดูอันดับ  Ranking  ของมหาวิทยาลัย

         *  ระยะเวลาที่เรียนของหลักสูตรนั้นๆ

         *  ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทั้งหมด

         *  ดูว่ามหาวิทยาลัยนั้นๆให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับนักเรียนต่างชาติหรือไม่

         *  คุณสมบัติในการตอบรับเข้าของแต่ละมหาวิทยาลัย

         *  ผลสอบที่ต้องมี  เช่น  IELTS , TOEFL , GMAT , SAT  etc.  แต่ละมหาวิทยาลัย  จะมีเกณฑ์

ตัดสินเรื่องของผลสอบภาษาที่แตกต่างกันออกไป

         *  พิจารณาว่ามหาวิทยาลัยนั้นๆมีโปรแกรมที่เรียกว่า  Direct  Entry  หรือไม่  เพื่อเป็นตัวช่วยให้

น้องสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

         *  พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่กำลังเรียนอยู่  หรือดูค่าโดยประมาณ  ของการได้รับการคัดเลือกให้นักศึกษาไปฝึกงาน

         *  จำนวนนักเรียนที่รับในสาขานั้นๆ  จำนวนนักเรียนทั้งหมด  ขนาดและรูปแบบของที่เรียน

         *  สถานที่ตั้งของสถาบัน  ที่พัก  รวมถึงอากาศ  สภาพแวดล้อมด้วย  โดยคำนึงถึง  Lifestyle  ของ  ตนเองเป็นหลักว่าชอบอยู่ในเมือง  หรือชอบแบบชนบท

         *  สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้นักเรียน  เช่น  ห้องสมุด  ที่พัก  คอมพิวเตอร์  ชมรมต่างๆ  หรือ  หน่วยงานที่ช่วยเหลือดูแลนักศึกษาต่างชาติ

         *  ลักษณะของสถาบัน  ว่าเป็นของเอกชนหรือรัฐบาล

จากหลักในการเลือกสถาบันหรือมหาวิทยาลัยข้างต้น  น้องๆลองเลือกมหาวิทยาลัยมาสัก 10 ที่  แล้วลองพิจารณาดูว่าที่ไหนมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มากที่สุด  และน้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่สถาบันกำหนดไว้หรือไม่  แล้วค่อยตัดตัวเลือกอื่นๆที่ได้ตามเกณฑ์น้อยที่สุดออกไป  การเลือกมหาวิทยาลัยที่เหลือก็จะง่ายมากขึ้น  ขอให้โชคดีนะคะ
ขอบคุณที่มา : http://blog.eduzones.com/noknik15clab/33088

Copyright © cookscents.com

Built on Notes Blog Core
Powered by WordPress